เป็นอย่างที่คิดจริงๆด้วย วันนี้ดิฉันงานเข้า หัวหน้าโทรมาสั่งให้ไปทำงานตั้งแต่ 6 โมงเช้า ดิฉันเข้างาน 9 โมงนะ แต่พอได้ยินดิฉันก็เด้งออกจากที่นอนทันที
7.45 ถึงสำนักพิมพ์อย่างปลอดภัย แถมโดนหัวหน้าบ่นอีกว่า โทรไปตั้งนานแล้วพึ่งจะโผล่มาหรอ (ดิฉันบ้านก็ใช่ว่าจะอยู่ใกล้ นี่มาเร็วที่สุดแล้วนะ ยังจะบ่นอีก) พอบ่นเสร็จก็สุมงานที่สมควรจะมีตั้งแต่เมื่อวานให้ทันที
8.30 ให้ตายสิ ก็ใช่ว่าจะมีแต่ดิฉันคนเดียวที่งานเข้า แต่ไม่ไหวเลยจริงๆ พองานมาทีก็สุมกันเข้ามา ดิฉันจึงแอบไปชงโกโก้ทานเพราะยังไม่ได้ทานข้าวเช้า ต้องรีบมาทำงาน
10.00 งานตัวเองก็ใช่ว่าจะเสร็จแล้ว โรงพิมพ์มีปัญหา หัวหน้าจึงสั่งให้ดิฉันไปเคลียร์ มันจะอะไรกันนักกันหนานะ
12.00 ได้พักทานมื้อเที่ยงซักที ลมแทบจับ โรงพิมพ์ก็อะไรก็ไม่รู้ ปัญหาเยอะเหลือเกิน
13.00 รีบไปจัดการปัญหาที่โรงพิมพ์ต่อ
14.30 ได้กลับสำนักพิมพ์ซักที แล้วงานดิฉันจะเสร็จกี่โมงกันเล่า
15.45 รีบเคลียร์งานต่อ ท่าทางจะไม่เสร็จง่ายๆ
17.00 งานยังไม่เสร็จ แล้ววันนี้ทุกคนในสำนักพิมพ์พร้อมใจกันดองงานรึไงนะ ถึงอยู่เคลียร์งานกันทั่วหน้า ดิฉันจึงโทรไปบอกคุณคาโต้ว่าวันนี้ดิฉันยังเคลียร์งานไม่เสร็จ จะส่งคุเรโนะคุงไปทำมื้อเย็นแทน แล้วก็โทรไปบอกคุเรโนะคุงให้เตรียมมื้อเย็นที่บ้านคาโต้เลย
19.30 เสร็จซักที แล้วดิฉันก็ทำงานเสร็จซักที แทบตาย คุเรโนะคุงโทรมาบอกว่าทานมื้อเย็นที่บ้านคาโต้เรียบร้อยแล้วก็กำลังกลับบ้าน ดิฉันจึงรีบกลับบ้าน
พวกนักเขียนน่ะ จะหัดทำงานให้มันตรงเวลาหน่อยไม่เป็นรึไงนะ พอนักเขียนส่งต้นฉบับช้า บรรณาธิการก็จะได้ตรวจช้า แล้วก็จะช้าไปตามๆกัน ทำให้งานมันจุกกันเป็นขบวน วันนี้เหนื่อยจริงๆ แย่มากจริงๆ
Yuki Kaori
วันนี้ดิฉันไม่มีงานทำ ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่า งานมาไม่ตรงกำหนด ตารางงานเลยต้องเพี้ยนออกไป กลายเป็นว่า วันนี้แทนที่จะได้ตรวจสอบต้นฉบับของสำนักพิมพ์แต่นักเขียนเกิดเป็นลมเพราะเร่งปั่นงานมากไป ดิฉันเลยนั่งว่างไปครึ่งวัน หัวหน้าบอกว่า วันนี้คงจะยังไม่ได้ต้นฉบับหรอก เดี๋ยวเค้าจะเป็นคนเจรจากับโรงพิมพ์เอง จึงให้ดิฉันกลับบ้านพร้อมกับอีกหลายๆคนที่มีคล้ายๆกัน แต่พรุ่งนี้คงงานหนักหน้าดู คิดแล้วเหนื่อย...
13.00 มาถึงบ้านคาโต้เร็วผิดปกติ แม้แต่คุณซารุยังเหวอ คุณคาโต้ก็บ่นว่า จะรีบมาทำไมตั้งแต่บ่าย กลัวไม่ได้ตรวจต้นฉบับรึไง บ่นไปเถอะ บ่นได้บ่นไป...
14.00 เข้าประชุมต้นฉบับ วันนี้แปลก คุณคาโต้เข้าประชุมพร้อมกันแฮะ ธรรมดาจะทำอย่างอื่นก่อนแล้วค่อยเข้าไม่ใช่รึไงน่ะ คุณซารุมากระซิบว่า คุณคาโต้ช่วงนี้ไฟแรง ขยันเป็นพิเศษ ดิฉันจึงเข้าใจ ขยันก็ดีแล้ว ขยันให้ตลอดล่ะกัน
14.40 ดิฉันอ่านต้นฉบับจบแล้วก็เริ่มอธิบาย วันนี้คุณคาโต้มาแปลกอีกแล้ว พอดิฉันอธิบายเสร็จ คุณคาโต้ก็อธิบายต่อทันที เกิดอะไรขึ้น! ทุกทีไม่เห็นกระตือรือร้นเลยนี่นา ขยันได้น่าตกใจอีกแล้ว
15.50 เสร็จไวเกินคาด เพราะพอดิฉันอธิบายปุ๊ป แล้วไม่เข้าใจคุณคาโต้ก็อธิบายอีกที แล้วงานก็ออกมาดีเวอร์ จริงเสร็จตั้งแต่ยังไม่บ่ายสี่ ไม่หน้าเชื่อสุดๆ ไม่ต้องมีพักเบรคด้วย เสร็จเรียบร้อยไม่ติดค้างแล้วจริงๆ โอ้...เหลือเชื่อ
16.15 คุเรโนะคุงมาถึงพอดี
16.30 ดิฉันจึงเข้าไปเตรียมมื้อเย็นแบบพิเศษให้เป็นรางวัลซักหน่อย คุเรโนะคุงก็เป็นลูกมือด้วย ดีใจจัง เกิดปาฎิหารย์แน่ๆกับบ้านคาโต้ที่ทุกคนทำงานเสร็จก่อนเวลา
17.40 แล้วมื้อเย็นทีดูอลังการเป็นพิเศษก็สำเร็จ จึงเรียกทุกคนมาทานพร้อมกัน
19.00 เก็บล้างเสร็จแล้ว งานก็เสร็จแล้ว ดิฉันจึงชวนคุเรโนะคุงกลับบ้านพร้อมกัน คุเรโนะคุงก็ดีใจจนออกนอกหน้าเล็กน้อย
เป็นวันที่เหลือเชื่อจริงๆ สำหรับบ้านคาโต้ เพราะงานเสร็จแล้วดิฉันจึงไม่ต้องค้างที่บ้านคาโต้ก็ได้ พอกลับมาถึงบ้านแล้ว ก็แอบมีความสุขเล็กๆพอนึกถึงเรื่องเหลือเชื่อที่เกิดวันนี้ ดีใจจริงๆ สงสัยโรคขยันผิดปกติของคุณคาโต้จะไปติดคนในบ้านหมดล่ะมั้ง แต่ยังไงก็คงเป็นไม่นานแล้วก็กลับเป็นเหมือนเดิม แต่ช่างเถอะ แค่นี้ก็ดีใจแล้ว
Yuki Kaori
เอาล่ะ ถึงจะยังไม่อยากไป แต่ก็ต้องไปเฝ้าต้นฉบับ เพราะฉะนั้น ยังไงก็ต้องไปแฮะ
14.20 ออกจากสำนักพิมพ์ เพื่อตรงไปบ้านคาโต้
15.00 มาถึงบ้านคาโต้แล้ว พอก้าวเข้าบ้านปุ๊ป ก็เกิดปรากฎการณ์แปลกประหลาดขึ้น เมื่อทุกคนพร้อมใจกันมายืนต้อนรับดิฉันอย่างพร้อมหน้า แล้วยังกล่าวยินดีต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียงอีกต่างหาก เกิดอะไรขึ้น! ดิฉันซึ่งยืนเอ๋ออยู่หน้าประตูซักพัก คุณคาโต้ก็ไล่ให้ไปปั่นต้นฉบับกันต่อ แล้วจึงเดินมาคุยกับดิฉัน
15.20 ดิฉันหนีออกมาจากกองทัพคำถามของคุณคาโต้(บวกทุกคน) ได้แล้ว จึงหลบมานั่งเคลียงานของตัวเองบ้าง
15.30 คุณซารุที่รอดูท่าทีอยู่นาน จึงเดินเข้ามากระซิบดิฉันว่า โกรธที่เค้าพูดอะไรแปลกๆไปรึเปล่า ดิฉันจึงตอบกลับทันควันว่า ไม่ใช่ แต่คุณซารุ ก็ยังถามซักไซ้ พอดีที่คุเรโนะคุงมาพอดี ดิฉันจึงปลีกตัวออกมาแล้วไปหาคุเรโนะคุง
16.40 เตรียมตัวไปทำมื้อเย็น โดยมีคุเรโนะคุงช่วย วันนี้ต้องทำให้ทานกันแบบพิเศษซักหน่อย เพื่อขอโทษที่เมื่อวานไม่มาทำมื้อเย็นด้วยเลย
17.45 มื้อเย็นเสร็จแล้วจึงเรียกทุกคนมาทานพร้อมกัน
19.10 เก็บล้างเสร็จแล้ว เดินไปส่งคุเรโนะคุงขึ้นรถกลับบ้าน แล้วก็กลับเข้าบ้านไปอาบน้ำ
20.50 เข้าห้องแล้วทำงานของตัวเองต่อ คุณคาโต้เดินเข้ามาในห้องแล้วถามดิฉันว่า โกรธที่จิอากิ(คุณซารุ)พูดอะไรแปลกๆหรอ แล้วจากนั้นคุณคาโต้ก็บ่นอะไรอีกก็ไม่รู้ ดิฉันก็ฟังผ่านๆ แล้วก็ไล่ให้เค้าออกไปเพราะดิฉันจะทำงานต่อ
แต่ก็แอบดีใจแฮะ ไม่คิดว่าทุกคนจะใส่ใจดิฉันด้วย นึกว่าจะเห็นดิฉันเป็นนางมารยักษ์เก็บแต่ต้นฉบับซะอีกน่ะ แล้วก็ที่ทุกคนมายืนต้อนรับดิฉันที่หน้าประตูไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นความคิดคุณคาโต้ ชอบทำอะไรประหลาดๆ ให้คนอื่นตกใจเล่น บ้าจริงๆ
Yuki Kaori
หายหน้าไปซะนาน ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะที่ขาดการติดต่อในบล็อกนี้เป็นสัปดาห์เนื่องจาก อินเทอร์เน็ตที่บ้านสัญญาณล่ม แล้วก็ไม่ได้ล่มแต่เฉพาะบ้านดิฉันเท่านั้น แต่ล่มกันยกหมู่บ้าน พึ่งจะใช้ได้วันนี้เองค่ะ จะไปเขียนที่บ้านคาโต้ก็ไม่ได้ด้วย เลยหายไปเลย แต่ทุกวันที่หายไป ดิฉันก็ใช้ชีวิตประจำวันเหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แต่เมื่อวานตอนที่ดิฉันไปถึงบ้านคาโต้เพื่อทำมื้อเย็นนั้น คุณซารุซึ่งกลับจากการนำผ้าไปส่งซักที่ร้านหน้าปากซอย(ไม่ใช่ร้านใหญ่โตหรอก ก็แค่รับจ้างซักผ้าเฉยๆ) มาเล่าให้ดิฉันฟังอย่างตื่นเต้นว่า ลูกสาวบ้านร้านซักรีดนั้นชอบคุณคาโต้อยู่ ตอนแรกคุณซารุก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดว่าเค้าแค่ถามสารทุกข์สุกดิบเท่านั้น แต่ระยะหลังนี้มักถามแต่คุณคาโต้คนเดียว แม้แต่คนที่ความรู้สึกช้าแบบคุณซารุยังดูออก เห็นว่าชื่อน้องติ๋ม แต่ดิฉันก็ไม่ได้ตอบอะไร ก็แค่มีคนมาสนใจคนเฉื่อยชา ทำตัวเป็นตาลุงไปวันๆก็เท่านั้นเอง ก็ดีแล้วล่ะที่มีคนมาชอบซะบ้างน่ะ เป็นตาลุงแบบนั้นผู้หญิงที่ไหนจะมาชอบกันล่ะ จริงมั้ย แต่...คุณคาโต้จะคิดยังไงกันนะกับเรื่องนี้น่ะ ดิฉันเดินเข้าไปในครัวเงียบๆแล้วก็เตรียมมื้อเย็นอย่างเงียบๆ แย่จัง ยังไม่อยากเห็นหน้าคุณคาโต้ตอนนี้เลย พอทำมื้อเย็นเสร็จแล้วดิฉันจึงรีบกลับบ้าน
วันนี้ดิฉันเลิกงานแล้ว แต่ไม่ได้ไปบ้านคาโต้ ดิฉันส่งคุเรโนะคุงที่กลับมาแล้วไปทำมื้อเย็นแทน ตอนแรกคุเรโนะคุงไม่ยอมแล้วเถียงว่าทำไมเค้าจะต้องไปทำอาหารให้คนบ้านนั้นทานด้วย แต่ดิฉันขอร้องไปจึงยอมไป นี่ดิฉันทำอะไรลงไป ทำไมดิฉันถึงไม่อยากไปบ้านนั้นล่ะ ทำไมถึงไม่อยากเห็นหน้าคุณคาโต้ล่ะ คุเรโนะคุงกลับมาแล้วก็บอกดิฉันว่า ทุกคนฝากถามว่าดิฉันเป็นอะไรไป ทำไมไม่มา ดิฉันถามคุเรโนะคุงไปว่า แล้วตอบว่าอะไรล่ะ จึงได้คำตอบว่า จะไปรู้หรอ ผมไม่มีหน้าที่ที่จะต้องบอกพวกคุณนี่ ดิฉันนึกสีหน้าของแต่ละคนออกทันทีเลยว่าจะทำหน้ายังไงกัน
สักพักนึง คุณคาโต้ส่งเมลมาหาดิฉันว่า วันนี้เป็นบ้าอะไร ทำไมไม่มาทำกับข้าวห๊ะ แล้วยังมีหน้าส่งน้องชายตัวแสบมาทำกับข้าวแทนอีก รู้มั้ยว่าหมอนั่นแกล้งทำกับข้าวไม่อร่อยแค่ไหนน่ะ เอาเป็นว่าถ้าเธอไม่ติดต่อกลับ ฉันจะบุกไปถึงบ้าน โอ้...คุณคาโต้จะบุกมาบ้านเลยแฮะ ดิฉันจึงโทรกลับแล้วก็คุยกันนิดหน่อย อืม...นี่ดิฉันเป็นอะไรไป ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องเจอหน้ากันอยู่ดี ต้องไปรับต้นฉบับนี่นะ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยขอโทษดีๆก็แล้วกัน
Yuki Kaori
วันนี้ระหว่างที่กำลังหาต้นฉบับเก่าๆที่สำนักพิมพ์เก็บเอาไว้ แล้วเจอต้นฉบับของนิยายเรื่องนึง คิดถึงจังเลย เพราะต้นฉบับนี้เป็นต้นฉบับที่ดิฉันเคยนำมานั่งอ่านตอนที่ฝึกงานอยู่ แล้วหัวหน้าให้มานั่งอ่านพวกต้นฉบับพวกนี้แล้วบอกให้ได้ว่าทำไมถึงไม่ได้ตีพิมพ์ มีข้อบกพร่องตรงไหน ตอนนั้นรู้สึกว่าจะต้องนั่งอ่านโต้รุ่งเลยล่ะ คิดถึงจริงๆ แล้วต้นฉบับนิยายเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องแรกที่ทำให้ดิฉันจับจุดได้ว่าทำไมถึงไม่ถูกเลือกให้ตีพิมพ์ ต้องขอบคุณจริงๆ แต่กว่าจะจับจุดได้ก็อ่านซ้ำไปตั้ง 10 กว่ารอบนี่นะ
พอนั่งรำลึกความหลังได้ไม่ทันไร ก็นึกได้ว่ากำลังทำงานอยู่นี่หว่า เลยต้องตั้งใจหาต้นฉบับที่จะเอาไปใช้ต่อ
16.30 ออกจากสำนักพิมพ์แล้วไปบ้านคาโต้ตามปกติ
17.50 กำลังจะเรียกทุกคนมาทานมื้อเย็นด้วยกัน แต่กลับพบว่าคุณCatChesterมานอนกองอยู่บนพื้นหน้าบ้าน ทำอะไรน่ะคุณCatChester นอนขวางประตูทำไมล่ะนั่น ใครก็ได้ช่วยไปเรียกมาทานมื้อเย็นให้ที
18.10 กว่าคุณคาโต้จะขยับกายไปหิ้วคุณCatChesterให้ออกมาจากประตูได้ก็ให้เวลาพอสมควร โดยมีทุกคนยืนเป็นกำลังใจให้อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ
19.50 เก็บล้างโดยบังคับให้อายูมุคุงมาช่วย ทำตัวให้มันสมกับเป็นผู้ช่วยหน่อยสิ ข้าวก็ทานบ้านนี้นะ
20.10 รีบกลับบ้านดีกว่านะ น่าเบื่อจริงๆ
Yuki Kaori
ความจริงแล้วดิฉันมีผู้ช่วยอยู่คนนึง คือ...เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการไร้ประโยชน์จะดีกว่า ทำไมน่ะหรอ ก็เพราะว่า ไม่ได้ช่วยอะไรดิฉันเลยแม้แต่นิดเดียว นั่นก็คือ ยามาชิตะ อายูมุ (ไม่ได้เป็นชื่อที่คุณคาโต้ตั้งให้หรอก พอเห็นใครๆเค้ามีชื่อแบบนี้กันก็เลยตั้งบ้างน่ะ) ปัจจุบันเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ปี 4 แล้วที่ดิฉันรับมาเป็นผู้ช่วยทั้งๆที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็เป็นเพราะ อายูมุคุงเป็นรุ่นน้องของดิฉันที่มหาวิทยาลัย แล้วตอนนี้อายูมุคุงอยู๋ปี4 ที่คณะต้องการให้ไปฝึกงาน แต่ Part Time ที่อายูมุคุงทำอยู่ไม่ออกใบรับรองให้ แล้วงานที่ทำมันก็ไม่เกี่ยวกับคณะที่เรียนด้วย ดิฉันจึงเห็นแก่ความเป็นรุ่นน้อง รับมาเป็นผู้ช่วย ช่างเถอะ มันลำบากจริงๆนะ เวลาที่จะต้องตระเวนหาที่ๆตรงกับที่คณะกำหนดและจะออกใบรับรองฝึกงานให้น่ะ ดิฉันก็พอเข้าใจ แต่พอมาเป็นผู้ช่วยดิฉันจริงๆ กลับหายไปเลย หายไปจริงๆ ไม่โผล่มาให้เห็นเลยซักนิด น่าเบื่อหน่ายจริงๆ คุเรโนะคุงยังมีประโยชน์กว่าอีกนะ แล้ววันนี้จากที่ไม่เคยโผล่มาให้เห็น กลับมาหาถึงบ้านคาโต้เลยล่ะ
17.15 มาถึงบ้านคาโต้เร็วกว่าปกติ เพราะที่สำนักพิมพ์ไม่มีงานให้ทำ น่าเศร้าจริงๆ พอมาถึงก็พบกับอายูมุคุงที่ไม่ได้เจอกันนานเท่าไหร่แล้วนะ คุณคาโต้เดินมากระซิบว่ามานั่งรอดิฉันตั้งแต่บ่าย2
17.20 นั่งคุยกับอายูมุคุง แล้วก็ได้ทราบว่า ตกงานจาก Part time ที่ทำอยู่แล้ว เพราะภาวะน้ำท่วมทำให้เค้าปลดพนักงานออก จึงมาไม่รู้จะไปไหน
เอาล่ะซิ มีตัวปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว แล้วดิฉันจะช่วยยังไงล่ะนั่น ช่วยงานดิฉันก็ไม่เอา ทำนู่นทำนี่ก็ไม่เป็น ดิฉันจึงแก้ปัญหาด้วยการ ให้เริ่มงานของผู้ช่วยบรรณาธิการเท่าที่จะทำได้ล่ะกัน แต่ไม่จ่ายเงินเดือนหรอกนะ เพราะดิฉันมีสิทธิที่จะให้ทำงานฟรีในฐานะของเด็กฝึกงาน แต่ก็นะ อายูมุคุงที่กำลังตกงานอยู่ จะให้มาทานมื้อเย็นด้วยกันที่บ้านคาโต้ล่ะกัน(แต่ต้องมาให้ทันนะ)
17.50 ตกลงกับอายูมุคุงเรียบร้อยแล้ว คุณคาโต้ก็เริ่มบ่นแล้ว ดิฉันจึงไปเตรียมมื้อเย็น
18.35 เรียกให้ทุกคนมาทานพร้อมกัน แต่รู้สึกคุณคาโต้จะอารมณ์เสียเพราะอายูมุคุงไปกวนประสาทเค้าหรือยังไงนี่แหละ ตัวปัญหาจริงๆด้วยนะ ก็รู้อยู่หรอกว่าอายูมุคุงชอบพูดอะไรที่มันตรงๆ ตรงมากซะจนไม่คิดก่อนพูด คงจะไปกระตุ้นต่อมโมโหของคุณคาโต้เข้าล่ะมั้ง วุ่นวายอีกแล้ว อุตสาห์คิดว่าคุเรโนะคุงไม่อยู่กัดกับคุณคาโต้แล้วจะสงบขึ้นมาหน่อยแท้ๆนะ
19.50 เก็บล้างโดยบังคับให้อายูมุคุงมาช่วย
20.30 รีบกลับบ้านดีกว่า ถ้าอยู่นานกว่านี้ ได้เกิดศึกประทะคารมจริงๆแน่
ไอ้นิสัยพูดไม่ไว้หน้าใครของอายูมุคุงนี่แก้ไม่หาย เลยไม่ค่อยมีใครอยากจะจ้างเท่าไหร่ แต่เวลาตัวเองอยากจะอ้อนอะไรล่ะก็นะ ทำได้ทุกอย่างจริงๆ จะว่าไปคุเรโนะคุงกับอายูมุคุงก็คล้ายๆกันอยู่นะ แต่คงจะต่างกันตรงอายูมุคุงไม่ได้ตั้งใจพูดหาเรื่องใครหรอก แต่คุเรโนะคุงนี่จงใจ กลุ้มใจกับน้องชายจริงๆ
Yuki Kaori
วันนี้เริ่มทำงานในวันแรกของสัปดาห์ แต่ก็แย่จริงๆด้วยนะ ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าเศร้า เพราะนี่มันปลายปีแล้ว แต่ดันเจอภาวะน้ำท่วม แล้วจะเหลือเท่าไหร่ล่ะ โบนัสปีนี้น่ะ
12.00 มีโอกาสได้ทานกลางวันกับหัวหน้าผู้แสนดี(?) แล้วหัวหน้าก็บ่น กับบ่น เรื่องการใช้เงินในช่วงนี้บ้างล่ะ เรื่องน้ำท่วมบ้างล่ะ เรื่องรัฐบาลบ้างล่ะ แล้วก็เปรยเรื่องโบนัสออกมาว่า เพราะน้ำท่วมทำให้ผลกำไรของสำนักพิมพ์ที่มีใช้ไปกับน้ำท่วม แล้วไหนจะยอดขายอีก น้ำท่วมอย่างนี้ใครมันจะไปซื้อหนังสือกัน ยอดก็ตก กำไรที่มีอยู๋ก็หดหาย แล้วโบนัสมันจะไปเหลืออะไร ดิฉันที่ได้ฟังก็นั่งกลุ่มไปด้วยมิใช่น้อย เพราะยิ่งเป็นแค่พนักงาน ไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่อะไรสำคัญเลย โบนัสจะเหลือมาถึงดิฉันมั้ยเนี้ย ยิ่งคิดยิ่งกลุ้ม หัวหน้ายิ่งกลุ้มหนักกว่าดิฉันอีก เพราะเค้ามีรายจ่ายต่อปีมาก แล้วไหนบ้านจะน้ำท่วม ต้องซ่อมแซมอีก น่าสงสารๆ
13.00 เข้าประชุมแผนก น่าเบื่ออีกแล้ว
15.00 ออกจากการประชุมที่น่าเบื่อได้แล้ว ตั้งใจทำงานต่อ
15.20 แอบอู้ไปนั่งดื่มชาที่ห้องชงกาแฟ(เนื่องจากดิฉันไม่ดื่มกาแฟ)โดยมีเพื่อนร่วมงานอีกคนเป็นพันธมิตรดื่มกาแฟแล้วยืนคุยกันตามประสาคนอู้งาน
15.35 ต้องกลับไปทำงานต่อเนื่องจากนานเกินไป(และชาหมดแล้ว)จึงตั้งใจทำงานต่อ
16.30 ออกจากสำนักพิมพ์แล้วไปบ้านคาโต้ตามปกติ
17.50 มาถึงบ้านคาโต้ แต่วันนี้คุณคาโต้ไม่อยู่แฮะ ไปไหนไม่รู้ ดิฉันจึงไปนั่งเกลือกกลิ้งบนโซฟาอย่างสบายใจ โดยมีคุณซารุลอบมองอยู่ห่างๆ(คงจะคิดว่าเพราะคุณคาโต้ไม่อยู่เลยกล้าทำอย่างนี้สินะคะ อยู่ล่ะมั้ง)
18.15 ได้ฤกษ์ไปทำมื้อเย็นแล้วหลังจากนอนเกลือกกลิ้งบนโซฟาซะนานจนเกือบเคลื้มหลับแล้ว ทำอะไรทานดีล่ะเนี้ย
18.50 คุณคาโต้กลับมาแล้ว หอบเอาถุงเสบียงจำนวนมากเข้ามาในบ้าน ที่ออกจากบ้านไปคือหาซื้อเสบียงกักตุนหรอ โธ่...ส่วนใหญ่ก็มีแต่น้ำกระป๋องของตัวเองอีกนั่นแหละ ถึงจะมีอย่างอื่นที่ซื้อมาด้วยก็เถอะ
19.00 ให้ทุกคนมาทานมื้อเย็นพร้อมกัน
19.45 ดิฉันเก็บล้าง คุณคาโต้กับคุณซารุช่วยกันหาที่เก็บข้าวของที่ซื้อมา
20.10 กลับบ้าน
Yuki Kaori
วันนี้เป็นวันเก็บกวาดบ้านครั้งใหญ่ หลังจากที่ไม่ได้ทำซะนาน จำได้ว่าทำความสะอาดครั้งสุดท้ายตอนต้นเดือนตุลาล่ะมั้ง เพราะคุเรโนะคุงปิดเทอมได้ซักระยะแล้ว ดิฉันจึงลากให้มาช่วยทำความสะอาดครั้งใหญ่ด้วย(ธรรมดาพวกงานบ้านต่างๆดิฉันกับคุเรโนะคุงจะผลัดกันทำอยู่แล้ว) แต่คราวนี้ไม่มีคุเรโนะคุงอยู่ด้วย เหนื่อยหน่อยล่ะ
8.00 เริ่มจากกวาดบ้าน ปัดฝุ่น แล้วก็เช็ดถูพวกเครื่องเรือนเล็กๆน้อยๆ
9.45 กวาดบ้านอีกรอบ(แล้วจะกวาดตั้งแต่แรกทำไมล่ะเนี้ย) แล้วก็ถูบ้านตาม
10.10 หอบพวกเสื้อผ้าและพวกผ้าห่มรวมไปถึงผ้าปูที่นอนทั้งของดิฉันและของคุเรโนะคุงด้วย
11.00 ยังคงง่วนอยู่กับการซักผ้า
12.00 ยังซักผ้าไม่เสร็จ แต่พักทานมื้อเที่ยงก่อน จะว่าไปยังไม่ได้ทานตั้งแต่มื้อเช้าเลยนี่นะ
12.30 ไปซักผ้าต่อ
14.00 ซักผ้าเสร็จแล้ว แล้วก็เหลือจัดการงานอื่นๆอีกเล็กน้อย
15.30 เคลียร์ทุกอย่างเสร็จแล้วก็จริง แต่ดันใช้เวลาไปทั้งวันเลย หมดไปแล้วกับวันหยุดของดิฉัน
15.40 ออกจากบ้านเพื่อออกไปหาซื้อของเอาไว้ทำมื้อเย็นที่บ้านคาโต้(เผื่อกักตุนด้วยส่วนหนึ่ง เนื่องจากข้าวของหายากขึ้นทุกที)
18.20 มาถึงบ้านคาโต้ แล้วก็นั่งคุยกับคุณคาโต้นิดหน่อย
18.35 เข้าไปทำอาหารมื้อเย็นตามปกติ
20.15 ออกจากบ้านคาโต้แล้ว กลับบ้านตามปกติ
Yuki Kaori
เมื่อวานไม่ได้เขียนเพราะว่าพอกลับถึงบ้านก็สลบเหมือด เหนื่อยจริงๆ วันนี้เลยเขียนชดเชยนิดหน่อย
7.30 ออกจากบ้านคาโต้เพื่อไปทำงานตามปกติ
8.45 ถึงสำนักพิมพ์อย่างหวุดหวิด เกือบโดนสายอีกแล้ว
9.00 เริ่มทำงานได้สักที หัวหน้าผู้แสนใจดีของดิฉันก็บ่นเยอะอีกแล้ว
10.30 ออกจากสำนักพิมพ์เพื่อไปเจรจากับโรงพิมพ์
12.00 แวะทานมื้อเที่ยงแถวๆโรงพิมพ์นั่นแหละ เชอะ ไม่มีใครคิดจะเลี้ยงเลยนะ
12.10 พอคิดแบบนั้นปุ๊ป อยู่ๆก็มีคนเดินมาทักดิฉันจากด้านหลังซึ่งดิฉันกำลังเลือกอยู่ว่าจะทานร้านไหนดี คนเยอะไปหมด พอดิฉันหันไปก็พบว่าเป็นคุณคาเสะที่มาทัก (เป็นชื่อที่คุณคาโต้ยัดเยียดให้อีกแล้ว ดิฉันก็ดันเรียกจนติดแล้วซะด้วยสิ)แล้วก็เลยไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน (คุณคาเสะเป็นเพื่อนกับคุณคาโต้แล้วก็ดิฉันสมัยเรียน พอเรียนจบก็ไม่ได้เจอกันเลย มีเมื่อตอนปลายปีที่แล้วที่ไปงานเลี้ยงรุ่นแล้วไปเจอกัน)
12.45 ทานมื้อเที่ยงเรียบร้อย ดิฉันที่อยู่อู้ได้นิดหน่อยเลยนั่งคุยกับคุณคาเสะอีกซักพัก
13.30 แยกกับคุณคาเสะแล้ว เนื่องจากบริษัทที่คุณคาเสะทำงานเกิดปัญหากระทันหันจึงโทรมาเรียกตัวกลับด่วน ดิฉันจึงกลับสำนักพิมพ์ วันนี้ได้อู้งานด้วย
16.30 ออกจากสำนักพิมพ์แล้วตรงไปบ้านคาโต้ตามปกติ
17.50 กว่าจะถึงบ้านคาโต้ได้ รถติดมากถึงมากที่สุด เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน จะบ้าตาย
18.05 เข้าครัวเพื่อทำอาหารมื้อเย็นตามปกติ
19.50 กลับบ้านตามปกติ
20.45 เตรียมงานตามปกติ
Yuki Kaori
วันนี้เป็นวันศุกร์อีกแล้ว มีประชุมต้นฉบับที่บ้านคาโต้อีกแล้ว ทั้งๆที่กำหนดการมันควรจะเป็นอย่างนี้นะ เพราะน้ำท่วมนี่แหละทำให้อะไรต่อมิอะไรรวนไปหมด ไม่ว่าจะไปที่ไหน จะทำอะไร ไปจนถึงข้าวของก็หายากและยังราคาแพงขึ้นมากเนื่องจากถูกน้ำท่วมบ้างล่ะ ขนส่งไม่ได้บ้างล่ะ สารพัด น่าเบื่อหน่ายจริงๆ ทั้งๆที่น้ำท่วมเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปีแท้ๆนะ ไม่ใช่ภาวะสงครามซักหน่อยนะ ข้าวของหายาก ราคาขึ้นเอาๆ มันจะมากเกินไปแล้ว ตอนเกิดสงครามยังไม่แย่เท่านี้เลยนะ ให้ตายซิ มัวทำอะไรกันอยู่นะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ เอาเถอะ
15.00 มาถึงบ้านคาโต้ ที่มาสายก็เพราะน้ำท่วมอีกนั่นแหละ ว่าจะหาซื้อวัตถุดิบทำกับข้าวซะหน่อย ไม่มีซักกะอย่าง เลยต้องตระเวนไปหา แถมได้แพงอีกน่ะ น่าโมโหจริงๆ
15.15 เริ่มประชุมได้ซักที อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับน้ำท่วมหรอก แต่เพราะคุณคาโต้ดันเอากองต้นฉบับที่ส่งให้ดิฉันแล้ว (ซึ่งดิฉันไว้ในห้อง) ไปไว้ไหนก็ไม่รู้ (ถามแล้วได้ความว่า คุณคาโต้เข้าไปในห้องแล้วรื้อเอาต้นฉบับไปไว้ในห้องประชุม แต่พอเอาออกจากห้องนอนแล้วตัวเองดันไม่เอาไปไว้ในห้องประชุม ไปไหนซักที่แล้วดันลืมว่าเอาไปไว้ไหน อุสาห์บอกแล้วเชียวนะว่าอย่ามายุ่งกับของๆคนอื่นน่ะ)รู้สึกว่าจะวิ่งวุ่นกันทั้งบ้านตั้งแต่บ่าย 2 ที่ถึงกำหนดประชุม โดยเฉพาะคุณซารุ ที่วุ่นที่สุด กว่าจะหาเจอกัน แล้วดันไปเจออยู่ข้างล่างที่เป็นที่นั่งเล่น ดันเอาไปกองรวมกับกองดีวีดีซีรีย์เกาหลี มันน่าหงุดหงิดมั้ยเนี้ย
16.05 ดิฉันที่อ่านต้นฉบับเสร็จแล้ว ก็เริ่มอธิบายว่าควรจะปรับแก้ตรงไหน
16.30 ดูเหมือนว่าทุกคนจะไม่เข้าใจกันอีกแล้ว มันจะอะไรกันนักกันหนานะ แม้แต่คุณคาโต้ก็พลอยไม่เข้าใจไปกับเค้าด้วย ธรรมดาคุณต้องเป็นคนช่วยดิฉันอธิบายไม่ใช่หรอ ทีเวลาแบบนี้มานั่งทำซึน ให้มันได้อย่างนี้สิ คนบ้านคาโต้
16.50 หลังจากที่ทำใจให้เย็นลงแล้วเริ่มอธิบายพร้อมยกตัวอย่างง่ายๆ ก็เริ่มเข้าใจกันบ้างแล้ว ตกลงคนบ้านนี้จะซึนกันให้ถึงที่สุดรึยังไงนะ
17.00 เลี่ยงมาทำมื้อเย็นเพราะทุกคนที่เริ่มเข้าใจแล้วกำลังปรับแก้ต้นฉบับกันอยู่ เมนูวันนี้เป็นข้าวผัดที่ผัดเผื่อทุกคน ช่วยไม่ได้นี่นะ หาซื้อก็ไม่ค่อยได้ นี่ก็ประหยัดสุดๆแล้ว
17.55 แวะขึ้นไปดูต้นฉบับ แล้วจึงให้ทุกคนไปทานมื้อเย็นด้วยกัน
18.00 คุณคาโต้บ่นอีกแล้ว บอกว่า "ต่อจากเมนูไข่ก็ต่อด้วยข้าวผัดหรอ" ถึงจะบ่นอย่างนั้นแต่ก็ทานไม่ใช่รึไง
18.50 เก็บล้างโดยมีไอจังมาช่วย แล้วก็เตรียมตัวไปอาบน้ำ
19.30 หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็ตรวจต้นฉบับต่อ นี่แน่ใจแล้วหรอว่าไปแก้มาแล้วน่ะ ไม่ได้เรื่อง!! เลยไล่จิกแต่ละคนให้เอาไปแก้ใหม่ให้มันดีกว่านี้ ถ้ายังไม่ได้เรื่องก็ไม่ต้องนอนกันหรอกคืนนี้น่ะ
20.15 คุณซารุที่ธรรมดาจะกลับไปแล้วแต่วันนี้ค้างที่นี่ด้วยเนื่องจากเป็นห่วงทุกคนที่อยู่แก้ต้นฉบับ คุณซารุจึงเสริฟชาและกาแฟให้เรียงคน มันก็ทำให้ใจเย็นได้อยู่หรอกนะ แต่ยังไงงานไม่เสร็จก็คืองานไม่เสร็จ
20.40 ต่างคนต่างก็เอามาให้ดูใหม่อีกรอบ ก็ยังไม่ได้เรื่องอยู่ดีนะ ไปแก้มาใหม่เถอะ ดูเหมือนคุณคาโต้จะเริ่มหงุดหงิดแล้วว่างานไม่เสร็จสักที จนเขาเองก็เริ่มไม่มีสมาธิกับซีรีย์เกาหลีแล้วจึงเข้าไปดูงานของแต่ละคน (พึ่งจะรู้ตัวหรอ)
21.20 หลังจากคุณคาโต้แนะนำไปก็ออกมาดูดีขึ้น ถึงจะมีชุ่ยอยู่บ้างแต่เดี๋ยวดิฉันจัดการเองละกัน จึงปล่อยให้ไปนอนกัน จริงๆเลย
21.40 คุณซารุเข้าไปนอนกับยู เค้าสนิทกันนี่นะ ดิฉันกลับเข้าห้อง ยังเหลืองานอีก ท่าทางจะเป็นดิฉันเองซะแล้วที่จะไม่ได้นอนน่ะ ช่างเถอะมันเป็นงาน
คุณคาโต้เองก็เถอะนะ ชอบแกล้งทำเป็นซึน รู้บ้างมั้ยว่ามันเพิ่มงานให้คนอื่นเค้าน่ะ ให้ตายสิ คิดว่าตัวเองลำบากคนเดียวรึไงกันน่ะ คนอื่นเค้าก็ลำบากเหมือนกันนั่นแหละ จะเอาแต่ตัวเองสบาย มันจะมากเกินไปแล้วนะ พอถึงจุดที่ตัวเองรำคาญหรือลำบากก็ค่อยมาช่วยน่ะ มันทำให้คนอื่นเค้าลำบากอยู่นะ ไม่เข้าใจความคิดเค้าเลยจริงๆ แล้ววันนี้นั่งทำอะไรอยู่ ทำให้มันยืดเยื้อเนี้ยมันสนุกนักรึไง ทั้งๆที่มันควรจะเสร็จตั้งแต่เย็นแต่กลับต้องมานั่งแก้แล้วแก้อีก ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะไอ้นิสัยแบบนี้น่ะ ดิฉันสุดจะทนแล้วนะ ถึงพูดไปอย่างนั้น คุณคาโต้ก็ทำเป็นไม่ได้ยินอยู่ดี ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน มันน่าโมโหจริงๆ
Yuki Kaori
ที่สำนักพิมพ์ค่อนข้างจะตรึงเครียดเนื่องจากภาวะน้ำท่วม ทำให้ทั้งนักเขียน บ้านนักเขียน โรงพิมพ์ สำนักพิมพ์ ต่างก็เดือดร้อนกันไปหมด นักเขียนเองก็บ้านน้ำท่วมบ้างล่ะ โรงพิมพ์เสี่ยงน้ำท่วมบ้างล่ะ ทำให้ใครๆก็วุ่นวายกันไปหมด น่าเบื่อมาก
11.00 วิ่งวุ่นไปสำรวจว่าบ้านนักเขียนคนไหนน้ำท่วมบ้าง หรืออยู่ในจุดเสี่ยงภัย
13.00 ยังคงสำรวจต่อไป
14.00 บ้านนักเขียนหลายท่านอยู่ในจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วม
15.00 กลับสำนักพิมพ์ และเตรียมรับมือกับน้ำท่วมตามมาตรการป้องกันน้ำท่วม
16.30 อะไรกันนักกันหนานะ ป่านนี้ยังจะเรียกประชุมใหญ่กันอีก เริ่มจะไม่เข้าใจระบบบริหารงานของสำนักพิมพ์ซะแล้วล่ะ (ทั้งๆที่วันนี้จะต้องไปทวงต้นฉบับที่บ้านคาโต้นะ)
18.30 กว่าจะประชุมเสร็จ ดิฉันจึงต้องรีบตรงไปที่บ้านคาโต้เพราะมันเลยเวลามื้อเย็นไปแล้ว ระหว่างทางก็โทรถามคุณคาโต้ว่าทานมื้อเย็นกันรึยังเพราะดิฉันเพิ่งจะประชุมเสร็จ ก็ได้คำตอบมาว่า "จะมาก็รีบมาสิ ทุกคนเค้ารอกันจนไส้กิ่วหมดแล้ว และก็เพราะไม่รีบมาซักทีพวกที่ต้องส่งต้นฉบับน่ะ ก็จะทำตัวเฉยๆจนกว่าเธอจะไปไล่จี้แต่ละคนนะ รีบๆมาเร็วๆเข้า" น่ารำคาญจริง ไม่ต้องบอกดิฉันก็รู้อยู่หรอกน่าว่าถ้าไม่รีบไปต้นฉบับก็ไม่คืบหน้า แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆนี่นา
19.45 ถึงหน้าบ้านคาโต้เรียบร้อยแล้วก็จริง แต่ดันนึกขึ้นได้ว่า ลืมซื้อของมาทำมื้อเย็น ซวยล่ะ เอาเถอะ เลยตามเลยละกัน
19.55 ตรงเข้าไปทำมื้อเย็นตามวัสถุดิบที่มีในตู้เย็นบ้านคาโต้(ซึ่งไม่ได้มีเยอะเลยนะ) ทุกคนก็หิวจนหาอะไรมารองท้องแล้วก็หิวใหม่อีกแล้ว จะทำอะไรดีล่ะเนี้ย เอาเถอะ อย่างน้อยคุณคาโต้ก็บ้าจี้ซื้อไข่มากักตุนด้วย(ราคาขึ้นอย่างน่าตกใจ) เลยเป็นเมนูไข่ละกัน ไอจังก็มาช่วยด้วย เมนูวันนี้ก็จะมี ไข่เจียว ไข่ดาวคนละฟอง ไข่น้ำ แล้วก็ไข่ยัดไส้(ไส้ข้างในก็ไม่ค่อยมีอะไรจะใส่เท่าไหร่หรอก) วันนี้คุณซารุไม่ได้อยู่ทานด้วยเนื่องจากเธอเก็บออฟฟิคแล้วก็กลับบ้านแล้ว ดิฉันมาก็ไม่เจอเธอแล้ว
20.40 กับข้าวพร้อมทานแล้ว จึงเรียกทุกคนมาทานพร้อมกัน
กว่าจะได้ทานมื้อเย็น กว่าจะเก็บล้าง กว่าจะเตรียมงานเสร็จ แล้วไหนจะต้องเร่งไอจังปั่นต้นฉบับอีก สงสัยวันนี้ไอจังจะได้โต้รุ่งแน่ๆ ดันหมักเอาไว้จนถึงดิฉันมาเลยนี่นา อย่าพึ่งน็อคไปซะก่อนล่ะ ไอจัง ดิฉันจะคอยเฝ้าตลอดแหละ คืนนี้ก็ต้องค้างเพื่อรอต้นฉบับอีกแล้ว เอาเถอะๆ จะนั่งเป็นเพื่อนก็แล้วกันนะไอจัง
(แล้วคุณคาโต้ก็บ่นอีกแล้วว่าดิฉันมาช้าไม่พอ ยังทำแต่เมนูไข่ให้ทาน เรื่องมากซะจริงนะ ทำให้ทานก็ดีแค่ไหนแล้วยังจะบ่นอีกน่ะ)
Yuki Kaori
วันนี้วุ่นวายกันน่าดู ดิฉันถูกเกณฑ์ไปช่วยขนย้ายข้าวของหนีน้ำท่วมอีกแล้ว เนื่องจากหัวหน้าของดิฉัน บ้านอยู่วิภาวดี 48 ซึ่งน้ำตามมาถึงแล้วค่ะ หัวหน้าของดิฉันจึงเกณฑ์พวกลูกน้องไปช่วยขนของที่บ้าน พวกดิฉันจึงได้รับการอนุมัติลากิจกันถ้วนหน้า
15.14 หลังจากที่เก็บข้าวของขึ้นชั้น 2 เป็นที่เรียบร้อย หัวหน้าจึงสั่งพวกกับข้าวและซื้อเบียร์มาเลี้ยง ดิฉันถูกลากไปร่วมวงด้วย
16.30 ดิฉันขอตัวออกมาก่อน และค่อยตรงไปบ้านคาโต้
17.50 มาถึงบ้านคาโต้โดยสวัสดิภาพ
18.00 ดิฉันที่ดื่มไปพอสมควร ดันน็อคหลังจากเดินเข้ามาถึงแค่ที่นั่งเล่น
20.10 รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ในห้องของคุณคาโต้แล้ว ตายแล้ว นี่ดิฉันหลับไปทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำมื้อเย็น โดนโกรธแน่ๆ แถมยังมาสลบที่นี่อีก พอลงไปข้างล่างกลับพบว่าทุกคนล้วนยังไม่ได้ทานมื้อเย็นเนื่องจากยูจังอยู่ๆก็อาการป่วยกำเริบ แถมดิฉันมาถึงก็สลบทันทีอีก เลยไม่มีใครคิดจะทานมื้อเย็นกัน
20.20 ดิฉันไปเตรียมมื้อเย็นให้ แต่เพราะทุกคนต่างก็เครียดกัน ดังนั้นดิฉันจึงตั้งใจจะทำเป็นข้าวต้มแทน จะได้เผื่อให้ยูจังด้วย
โดนคุณคาโต้เอ็ดเลยล่ะค่ะ ว่าตัวเองเมาง่ายแต่ดันไปดื่มกับเค้าด้วย บ้ารึเปล่า (ทุกคนก็งงกันเล็กน้อยที่คราวนี้กลายเป็นคุณคาโต้ที่บ่นดิฉัน เพราะทุกทีจะเป็นดิฉันบ่นเรื่องต่างๆซะมากกว่า แต่เอาเถอะ ไหนๆคุณคาโต้ก็อุสาห์แบกดิฉันขึ้นไปข้างบนนี่นะ จะทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน ก็ครั้งนี้ดิฉันผิดจริงๆนี่นะ เอาเถอะ) เดี๋ยวทานมื้อเย็นเสร็จดิฉันก็จะกลับแล้ว ยังต้องเตรียมตัวสำหรับพรุ่งนี้อีก
Yuki Kaori
วันนี้ดิฉันไปทำงานตามปกติ ไปบ้านคาโต้ตามปกติ ทำมื้อเย็นตามปกติ
แต่วันนี้ดันนึกถึงเรื่องที่ชวนปวดหัวขึ้นมา ดันคิดไปถึงตอนเรียนสมัย ม.ปลาย ดิฉันซึ่งทางบ้านต้องการให้เรียนต่อระดับอุดมศึกษาทางสายวิทย์ แต่ดิฉันกลับเลือกเรียนอักษรศาสตร์ที่ทางบ้านไม่อยากให้เรียนมากที่สุด ตอนนั้นรู้สึกว่า จะคิดแค่ว่าเรียนอะไรก็ได้ที่จะได้สัมผัสกับหนังสือ ได้ทำงานกับหนังสือ แล้วก็ได้อ่านหนังสือมากๆก็เท่านั้น เลยลงเอยที่อักษรศาสตร์ ตอนแรกก็ถูกทางบ้านต่อว่ายกใหญ่ว่าเลือกเรียนอะไรที่มันหางานยาก แล้วจะเอาอะไรกิน ตอนนั้นยอมรับเลยว่าเครียดมาก เพราะถ้าเลือกผิดจริงๆดิฉันไม่มีสิทธิที่จะเลือกใหม่อีกแล้ว แต่ว่าทำใจได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็คิดว่าคอยดูนะ จะเป็นบรรณาธิการที่เจ๋งที่สุดถึงขนาดที่ว่าสามารถทำยอดขายทะลุเพดานให้ได้คอยดู ทุกวันนี้เป็นบรรณาธิการแล้วก็จริง แต่จะทำได้จริงรึเปล่านะ ยอดขายทะลุเพดานน่ะ ช่างเถอะตอนนี้ก็ได้ประกอบอาชีพที่ได้สัมผัสหนังสือ ได้อยู่กับหนังสือ ได้มีส่วนร่วมในการผลิตหนังสือ ได้อ่านหนังสือมากๆ ได้ทำงานร่วมกับหนังสือ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้วล่ะ
แต่จะต้องทำให้ได้ ยอดขายทะลุเพดาน
ว่าไปนั่น แล้วจะมาเขียนในบันทึกการทำงานทำไมล่ะเนี้ย มันเกี่ยวกับการทำงานของวันนี้ตรงไหน ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ
Yuki Kaori